เกษตรอินทรีย์ บำรุงดิน ลดสารเคมี

เกษตรอินทรีย์ คือ เน้นหลักที่การปรับปรุงบำรุงดิน เกษตรอินทรีย์ลดการใช้สารเคมี

ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ทางเลือกของเกษตรกรไทย

ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

เป็นปุ๋ยรูปแบบใหม่ที่มีการผลิตเชิงพาณิชย์ที่ได้รับการสนับสนุนงานวิจัยจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก)เป็นปุ๋ยสองชนิดร่วมกัน คือ ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ กระบวนการผลิตจะต้องทำการผลิตแยกกัน
    ปุ๋ยอินทรีย์การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จะต้องใช้กระบวนการผลิตที่ให้อุณหภูมิสูงเพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นโรคพืช คน และสัตว์ในวัสดุหมัก รวมทั้งเพื่อลดประชากรจุลินทรีย์ธรรมชาติในช่วงสุดท้ายที่อุณหภูมิในกองปุ๋ยลดลงอยู่ระหว่าง 35-40°C
    ในการผลิตปุ๋ยชีวภาพนั้นจะใช้จุลินทรีย์กลุ่ม plant growth promoting rhizobacteria (PGPR) ที่สามารถตรึงไนโตรเจนได้และผลิตออกซิน โดยต้องทำการผลิตในถังหมักระบบปลอดเชื้อ จุลินทรีย์ที่ใช้คือสกุล Azotobacter และ Azospirillum ที่ได้ผ่านการคัดเลือกเฉพาะที่ให้ประสิทธิภาพสูง การผลิตในถึงหมักปลอดเชื้อจะต้องได้ปริมาณเชื้อสูงถึง 109 cells/ml จึงจะสามารถนำไปผสมกับปุ๋ยหมักได้
    นอกจากปุ๋ยชีวภาพในกลุ่ม PGPR แล้วยังได้นำเชื้อราไตรโคเคอร์มา (Trichoderma harzianum) ซึ่งเป็น จุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ และเชื้อปฏิปักษ์ยับยั้ง และทำลายเชื้อราที่เป็นสาเหตุทำให้รากเน่าในพืช ใส่ลงไปในปุ๋ยดังกล่าวด้วย
    ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ดังกล่าวนี้จะมีคุณสมบัติของการเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้มาตรฐานของกรมวิชาการเกษตร และมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าวในปริมาณที่สูงพอที่จะก่อให้เกิดผลดีต่อพืช
    ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
  

  • บำรุงดิน โดยช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุ และธาตุอาหารให้กับพืชรวมถึงปรับสภาพสมดุลของธาตุอาหารในดิน ให้ดินมีความร่วนซุยจับตัวกันอย่างพอเหมาะต่อการเก็บ การระบายน้ำ และมีอากาศถ่ายเทได้ดี
  • ช่วยลดกิจกรรม และปริมาณของเชื้อราสาเหตุของโรคพืชบางชนิดในดิน เพิ่มความต้านทานโรคของพืช
     
  • สามารถให้ปุ๋ยไนโตรเจนและอ๊อกซินกับพืชได้โดยจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน
     
  • สามารถใช้ได้กับพืชปลูกทุกชนิด ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
      
  • ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
 

นาโนไคโตซาน

ไฮเทคเทคโนโลยี นาโนไคโตซาน อาหาร ปลอดภัยห่วงใย สิ่งแวดล้อม ปลอดสารพิษ 100% ได้รับการยอมรับจากเกษตรกรทั่วไทย
ไคติน/ไคโตซาน เป็นสารโพลีเมอร์ธรรมชาติ ได้จากเปลือกกุ้ง เปลือกปู และแกนปลาหมึก ไคตินอยู่ในรูป ของ Polymeric form of N-acetyl-b - glucosamine ขณะที่ไคโตซานเป็น deacetylated product ของไคตินนอก จากนี้ ไคติน/ไคโตซานเป็นมิตรกับธรรมชาติและปลอดสารพิษมีประโยชน์ในการประยุกต์ใช้
เปลือกกุ้งและหัวกุ้ง มีสารพอลิแซคคาไรด์ ซึ่งเป็นไบโอพอลิเมอร์ เรียกว่าไคตินอยู่จำนวนมาก
กระบวนการสกัดไคตินจากเปลือกกุ้ง โดยการบดแล้วแยกโปรตีนออก และลดปริมาณแร่บางชนิดลง จากนั้นนำไปอบแห้งให้ได้ไคตินปริมาณ 28เปอร์เซ็นต์ของเปลือกกุ้ง-หัวกุ้ง ไคตินเป็นสารที่ละลายได้ยากใช้งานไม่สะดวก จึงต้องแปรสภาพให้เป็นไคโตซาน
คุณสมบัติไคโตซาน

  • ช่วยสร้างระบบรากพืชให้ใหญ่ อวบ ยาว ดูดซึมอาหารได้ดีโตเร็ว
  • ช่วยให้ลำต้น กิ่งก้านใบ มีความสมบูรณ์ แตกยอดและใบมาก
  • สร้างระบบการติดดอก ตาดอกสมบูรณ์ และติดผลมากขึ้น
  • ช่วยให้พืชต้านภูมิต้านทานโรค และเป็นฟิล์มบาง ๆ ป้องกันแมลงได้ดี
  • ช่วยปรับสภาพดินให้สมดุล พืชสามารถดูดธาตุอาหารไปใช้ได้ง่าย
  • มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส จุลลินทรีย์ ที่ทำให้เกิดโรคพืช

ปุ๋ยอินทรีย์ เจริญอินทรีภัณฑ์

ปุ๋ยอินทรีย์

บริษัทเจริญโอสถฯ เป็นบริษัทเดียวที่เซ็นสัญญากับ บริษัทอินเตอร์ อโกรเทค Inter Agro Tech(Thailand) จำกัด
ตั้งอยู่ที่ จ.กำแพงเพชร ที่ได้สัมปทานจากรัฐบาลขุดมูลค้างคาวจากถ้ำ เขาหน่อ-เขาแก้ว
แถบ จ.นครสวรรค์-กำแพงเพชรเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบทำ ปุ๋ยมูลค้างคาว ทำให้มีฮิวมัสสูงกว่าปุ๋ยทั่วไปมาก
และเจริญโอสถฯ ยังมีโรงงานผลิต ปุ๋ยอินทรีย์สูตรปกติ ของตนเองอีกด้วย


ข้อดีปุ๋ยมูลค้างคาวของเจริญโอสถฯ
1. ไร้สารเคมี เป็นอินทรีย์ธรรมชาติ 100%
2. ให้ธาตุอาหารครบ 13 ชนิดที่พืชต้องการคือ
ไนโตรเจน(N),ฟอสฟอรัส(P),โพรแทสเซี่ยม(K),แคลเซี่ยม(Ca),แมกนีเซี่ยม(Mg),กำมะถัน(S),
เหล็ก(Fe),สังกะสี(Zn),ทองแดง(Cu), แมงกานีส(Mn),โบรอน(B),โมลินั่ม(Mo),คลอรีน(Cl)
ทำให้ไม่ต้องไปซื้อปุ๋ยสูตรพิเศษต่าง ๆ มาใส่เพิ่มอีกช่วยลดต้นทุนการผลิต
3. มีค่าอินทรีย์วัตถุ OM (Organic Matter) ที่ประมาณ 66 % สูงกว่า ที่กฎหมายกำหนดขั้นต่ำที่ 30% สหกรณ์ซื้อแล้วไปเบิกเงินได้แน่นอน ปุ๋ยอินทรีย์จะไม่เขียนสูตรปุ๋ยเพราะไม่ใช่ปุ๋ยเคมี แต่ใช้ค่า OM
บอกความสมบูรณ์ของธาตุอาหารแทน ใช้บอกคุณภาพปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งปุ๋ยอินทรีย์ส่วนมาก จะไม่บอกค่า OM
หรือก็ไม่ผ่านมาตราฐานที่กำหนด ค่า OM ปุ๋ยต้องส่งตรวจที่หน่วยงานของรัฐโดยตรง โรงงานผลิตปุ๋ยจะตรวจวัดเอง
ระบุเองไม่ได้
4. ผลิตด้วยเครื่องจักรควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ปุ๋ยมูลค้างคาวที่บริษัทอินเตอร์ อโกรเทค ผลิตส่งออกญี่ปุ่นและผลิตให้บริษัทเจริญโอสถฯ ขายเป็นเกรดเดียวกัน
5. ท่านได้ปุ๋ยเต็ม ๆ ล้วน ๆ 25 กิโลกรัม/ลูก ไปใช้ แม้ว่าปุ๋ยทั่วไปจะมากกว่าคือ 50 กิโลกรัม/ลูก "แต่"
ปุ๋ยทั่วไปจะใส่ สารเติมเต็ม (Filler) คือ อิฐ หิน ปูน ทราย ดินเหนียว เศษฟาง ฯลฯ ผสมเข้าไปทำให้ได้เนื้อปุ๋ยจริง ๆ
น้อยกว่าที่ท่านคิด หลายท่านกำลังซื้อขยะ Filler เหล่านี้ไปใส่ไร่ใส่นาโดยไม่รู้ตัวซึ่งไม่มีประโยชน์แก่ต้นไม้เลย มีปุ๋ยนิดเดียว!
ปุ๋ยเจริญโอสถฯ ใช้มูลค้างคาวอายุต่าง ๆ กัน และธาตุฟอสเฟตหลายพันปีที่ผสมกับมูลค้างคาวแทนสารเติมเต็ม
แม้จะ 25 กิโลกรัมแต่เป็นเนื้อปุ๋ยล้วน ๆ ที่มีธาตุอาหารจริง ๆ หรือใช้เป็นหัวปุ๋ยก็ได้


เปรียบเทียบ
ปุ๋ยเคมีทั่วไป
ปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไป
ปุ๋ยมูลค้างคาว (เจริญโอสถ)
1. ราคา (บาทต่อลูก)
2. วัตถุดิบ
3. ธาตุอาหารหลัก
4. ธาตุอาหารรอง
5. ธาตุอาหารเสริม
6. ผลกระทบ
7. จำนวนการใช้
900 - 1,400
สารเติมเต็ม(Filler)
N,P,K (สารเคมี)
-
-
ดินเสียเป็นกรด
50 kg/ลูก/ไร่
300 - 1,000
มูลสัตว์-ซากพืช
ไม่ชัดเจน
ไม่ชัดเจน
ไม่ชัดเจน
เศษซากขยะตกค้าง
100 kg/ลูก/ไร่
365
มูลค้างคาว
N,P,K (ธรรมชาติ)
Mg,Ca,S
Fe,Mn,Zn,Cu,B,Mo,Cl

ดินดี ผลผลิตสูง
25 kg/ลูก/ไร่
 
ปุ๋ยเคมีทั่วไป
ปุ๋ยมูลค้างคาว (เจริญโอสถ)
1. ราคา 900 - 1,400 บาทต่อลูก
2. ลูกล่ะ 50 kg หรือ 20 ลูก/ตัน
3. 18,000 - 28,000 บาท/ตัน
4. 1ลูก/1 ไร่ (1 ตัน/20 ไร่)
5. ใช้นาน ๆ ดินเสียเป็นกรด
1. ราคา 365 บาทต่อลูก
2. ลูกล่ะ 25 kg หรือ 40 ลูก/ตัน
3. 14,000 บาท/ตัน
4. 1ลูก/1 ไร่ (1 ตัน/40 ไร่)
5. ดินสมบูรณ์ไม่เสีย ไม่มีเคมี

วิถีแห่งการเคารพและพึ่งพิงธรรมชาติ

การเกษตรอินทรีย์ เป็นวิถีแห่งการเคารพและพึ่งพิงธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนเกษตรพื้นบ้านของไทย

Search